<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Rakpaktai&#039;s Blog</title>
	<atom:link href="http://rakpaktai.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://rakpaktai.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com site</description>
	<lastBuildDate>Sat, 17 Jul 2010 18:11:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='rakpaktai.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Rakpaktai&#039;s Blog</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://rakpaktai.wordpress.com/osd.xml" title="Rakpaktai&#039;s Blog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://rakpaktai.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ประวัติชื่อบ้านนามเมือง ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/07/17/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/07/17/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Jul 2010 18:11:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=56</guid>
		<description><![CDATA[ประวัติชื่อบ้านนามเมืองลือเลื่องที่หาดใหญ่ การจะตั้งชื่อ หมู่บ้านหรือสถานที่ใดๆก็ตามแต่นั้น จำต้องมีสาระสำคัญเข้าประกอบด้วยเสมอ อาทิ สภาพแวดล้อม ลักษณะทางภูมิประเทศ ตัวบุคคล รวมถึงสภาพทางการดำรงชีพตามปกติวิถี ความเชื่อ และประเพณี เป็นต้น เป็นดังนั้นแล้วชื่อหมู่บ้านที่ปรากฏในเขตของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาส่วนหนึ่งจึงมีที่มาที่ไปอย่างน่าสนใจควรค่าแก่การศึกษายิ่ง ดังนี้ 1.บ้านหาดใหญ่ (เทศบาล) หมู่ที่ 4 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า ชื่อบ้านหาดใหญ่นี้มาจากชื่อของ “ต้นมะหาดขนุน” ขนาดใหญ่ซึ่งยืนต้นเด่นเป็นสง่าอยู่ริมฝั่งคลองเตย(ทางเข้าหมู่บ้านจันทร์ นิเวศน์และบ้านทุ่งเสา ปัจจุบันคือช่วงปลายสุดของถนนนิพัทธ์อุทิศ 3) ต้นมะหาดขนุนนี้เองที่ชาวบ้านในสมัยก่อนใช้เป็นที่หลบไอแดดในช่วงกลางวัน ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนกันเป็น “หาดใหญ่” ดังปัจจุบัน 2.บ้านทุ่งตำเสา หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า &#8230; <a href="http://rakpaktai.wordpress.com/2010/07/17/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=56&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="หาดใหญ่" href="http://www.kontaiclub.com"><strong>ประวัติชื่อบ้านนามเมืองลือเลื่องที่หาดใหญ่</strong></a></p>
<p>การจะตั้งชื่อ หมู่บ้านหรือสถานที่ใดๆก็ตามแต่นั้น จำต้องมีสาระสำคัญเข้าประกอบด้วยเสมอ อาทิ สภาพแวดล้อม ลักษณะทางภูมิประเทศ ตัวบุคคล รวมถึงสภาพทางการดำรงชีพตามปกติวิถี ความเชื่อ และประเพณี เป็นต้น เป็นดังนั้นแล้วชื่อหมู่บ้านที่ปรากฏในเขตของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาส่วนหนึ่งจึงมีที่มาที่ไปอย่างน่าสนใจควรค่าแก่การศึกษายิ่ง ดังนี้</p>
<p>1.บ้านหาดใหญ่ (เทศบาล) หมู่ที่ 4 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า ชื่อบ้านหาดใหญ่นี้มาจากชื่อของ “ต้นมะหาดขนุน” ขนาดใหญ่ซึ่งยืนต้นเด่นเป็นสง่าอยู่ริมฝั่งคลองเตย(ทางเข้าหมู่บ้านจันทร์ นิเวศน์และบ้านทุ่งเสา ปัจจุบันคือช่วงปลายสุดของถนนนิพัทธ์อุทิศ 3) ต้นมะหาดขนุนนี้เองที่ชาวบ้านในสมัยก่อนใช้เป็นที่หลบไอแดดในช่วงกลางวัน ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนกันเป็น “หาดใหญ่” ดังปัจจุบัน</p>
<p>2.บ้านทุ่งตำเสา หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมหมู่บ้านนี้ยังคงสภาพเป็นทุ่งโล่งกว้างยังมีต้นไม้ชนิดหนึ่งขึ้น อย่างหนาแน่นชาวบ้านนิยมตัดมาใช้ปลูกสร้างบ้านเรือนเรียกกันว่า “ต้นตำเสา” ต่อมาจึงเรียกชื่อหมู่บ้านที่ตั้งในบริเวณดังกล่าวว่าบ้านทุ่งตำเสา เพื่อให้ระลึกว่าแต่เดิม ณ สถานที่แห่งนี้เคยมีต้นตำเสาอยู่อย่างหนาแน่นมาก่อน</p>
<p>3.บ้านทุ่งรี หมู่ที่ 5 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมหมู่บ้านนี้เป็นท้องทุ่งนา ลักษณะเป็นรูปวงรี เวลาชาวบ้านไปทำกิจธุระที่ใดก็ตามมักเรียกสถานที่อยู่ของตนว่า “อยู่ทุ่งรี” จนกระทั่งเรียกติดปากว่า “บ้านทุ่งรี” ดังปัจจุบัน</p>
<p>4.บ้าน ทุ่งโดน หมู่ที่ 8 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมหมู่บ้านนี้ยังเป็นทุ่งนาอยู่และมีต้น “โดน” ใหญ่ขึ้นอยู่ปลายนา ต้นโดนนี้เองที่ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวมักนิยมนำส่วนยอดและใบมารับประทาน ร่วมกันกับน้ำพริก ส่วนผลก็ใช้รับประทานได้ และเรียกชื่อหมู่บ้านตามลักษณะของต้นโดนใหญ่ว่า “บ้านทุ่งโดน” ดังปัจจุบัน</p>
<p>5.บ้าน ทุ่งใหญ่ หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง กว้างใหญ่ ประกอบด้วยที่ราบลุ่มและทุ่งนาเป็นหลัก ชาวบ้านในพื้นที่จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านทุ่งใหญ่” อันเป็นลักษณะเด่นทางสภาพแวดล้อมที่ปรากฏแต่เดิม</p>
<p>6.บ้านพรุเตาะนอก หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอ<a title="คนใต้" href="http://pic2fun.wordpress.com">หาดใหญ่</a> จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมในบริเวณดังกล่าวนี้ยังเป็น “พรุ” หรือบริเวณที่เป็นที่ลุ่มมีน้ำขังเป็นประจำ และภายในบริเวณดังกล่าวนี้เองยังมี “ต้นเตาะ” ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น วันดีคืนดีใบของต้นเตาะก็ตกหล่นลงมาสู่พรุอย่างมากมาย ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านที่มีลักษณะดังกล่าว และมีอาณาบริเวณอยู่นอกสุดของหมู่บ้านว่า “บ้านพรุเตาะนอก” ส่วนหมู่บ้านที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในก็เรียกว่า “บ้านพรุเตาะใน” เป็นต้น</p>
<p>7.บ้าน ทุ่งลุง หมู่ที่ 1 ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมหมู่บ้านแห่งนี้ยังคงสภาพเป็นทุ่งนากว้างใหญ่และกลางทุ่งนานี้เองยัง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งเป็นที่ศักการบูชาของชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวว่ามี เทวดาสถิตอยู่ภายในเรียกกันว่า “ต้นลุง” ซึ่งมีอายุมากกว่า 100 ปี(ปัจจุบันต้นลุงยืนต้นอยู่บริเวณตรงข้ามวัดทุ่งลุง) ชาวบ้านจึงเรียกสถานที่ๆตนอยู่อาศัยว่า “บ้านทุ่งลุง”</p>
<p>8.บ้านน้ำน้อย หมู่ที่ 1,2,3 ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมในบริเวณหมู่บ้านนี้มีแหล่งน้ำธรรมชาติมีหินผาสูงใหญ่ และที่หินผานี้เองจะปรากฏว่ามีน้ำไหลย้อยออกมาอยู่ตลอดเวลา ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หินน้ำย้อย” ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนกันเป็น “บ้านน้ำน้อย” ดังปัจจุบัน</p>
<p>9.บ้านคอหงส์ หมู่ที่ 3 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมบริเวณพื้นที่ดังกล่าว(ที่ตั้งวัดคอหงส์)ยังมี “ต้นฆ้อหงส์” ขึ้นอย่างหนาแน่น เวลาเกิดกระแสลมพัดยามใดก็จะแลดูคล้ายคอของหงส์ที่ลิ่วลมแลดูสวยงามยิ่ง จนชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านฆ้อหงส์” ต่อมาจึงเพี้ยนไปเป็น “บ้านคอหงส์” ดังปัจจุบัน</p>
<p>10.บ้านคูเต่า หมู่ที่ 6 ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า เดิมทีนั้นภายในบริเวณดังกล่าวยังมีคูเล็กๆซึ่งมีเต่าชุกชุมมาก(ปัจจุบันไม่ มีแล้ว)ชาวบ้านจึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านคูเต่า”</p>
<p>11.บ้านเกาะหมี หมู่ที่ 11 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นหมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นป่ารกทึบและมีสัตว์ป่าอยู่อาศัย เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นเกาะตั้งอยู่ริมทุ่งนาปรากฏเป็นเรื่องเล่าแต่ ครั้งอดีตว่ามีหมีใหญ่ตัวหนี่งได้ตะปบและกัดชาวบ้านจนถึงแก่ความตายที่เกาะ แห่งนี้ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “บ้านเกาะหมี” เพื่อระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมีหมีใหญ่ที่ดุร้ายฆ่าคนตาย ณ เกาะแห่งนี้มาก่อน</p>
<p>12.บ้าน บางแฟบ หมู่ที่ 2 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมภายในบริเวณดังกล่าวเคยมี “ต้นแฟบ” ขึ้นอยู่อย่างมากมาย (ต้นแฟบ เป็นต้นไม้ยืนต้นเล็กๆสูงราวๆ 2 เมตร ผลมีลักษณะแบนๆมีรสเปรี้ยว) ชาวบ้านจึงเรียกชื่อหมู่บ้านตามต้นแฟบที่มีมากว่า “บ้านบางแฟบ”</p>
<p>13.บ้าน ม่วงค่อม หมู่ที่ 5 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมหมู่บ้านแห่งนี้มีวัดอยู่แห่งหนี่งอันถือเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาว บ้านที่นี่ และที่วัดแห่งนี้เองยังมีต้นมะม่วงใหญ่อยู่ต้นหนึ่งที่งอกและเติบใหญ่ไม่ เป็นปกติดั่งมะม่วงโดยทั่วไป กล่าวคือ มะม่วงต้นดังกล่าวงอกและค่อยๆค่อมลงสู่พื้นดิน ชาวบ้านจึงเรียกชื่อของหมู่บ้านว่า “บ้านม่วงค่อม”</p>
<p>14.บ้านพรุ หมู่ที่ 1,2,3,4 ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีลักษณะเป็นพรุขนาดใหญ่ แม้แต่ถนนหนทางก็ยังมีลักษณะที่ดินเป็นโคลนตม ซึ่งบางครั้งชาวบ้านก็เดินจมพรุจนต้องเสียเวลาในการดึงเท้าออกจากโคลนตมเป็น เวลานาน โคลนในลักษณะนี้เองที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “โพระ” ครั้งกาลต่อมามีชาวบ้านจากต่างถิ่นเข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าวมากขึ้น จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านที่ตนอยู่อาศัยว่า “บ้านโพระ” ต่อมาจึงเพี้ยนมาเป็น “บ้านพรุ” ดังปัจจุบัน</p>
<p>15.บ้านหูแร่ หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมบริเวณสถานที่ตั้งหมู่บ้านมีเหมืองแร่ตั้งอยู่ โดยเฉพาะบริเวณมุมของเหมืองแร่จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านหูแร่” ตราบปัจจุบัน</p>
<p>16.บ้านทุ่งงาย หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า บ้านทุ่งงายแต่เดิมนั้นยังเป็นหมู่บ้านที่ยังตั้งอยู่ในทุ่งนาและมี “ต้นงาย” ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ชาวบ้านมักเรียกกันว่า “ป่างาย” ต่อมาจึงเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “บ้านทุ่งงาย”</p>
<p>17.บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมภายในบริเวณหมู่บ้านดังกล่าวยังมีคลองขนาดใหญ่ ครั้งชาวบ้านต้องการเดินทางเข้าในเมืองหาดใหญ่ยามใดก็ตามจำต้องข้ามคลองดัง กล่าวเสมอๆจนชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “บ้านท่าข้าม” ดังปัจจุบัน</p>
<p>18.บ้าน คลองแห หมู่ที่ 3 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมมีขบวนแห่ฆ้องขนาดใหญ่ผ่านเข้าสู่บริเวณดังกล่าว ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า “คลองแห่ฆ้อง” หรือ “คลองฆ้องแห่” ต่อมาจึงเพี้ยนเป็น “บ้านคลองแห” ดังปัจจุบัน<br />
แต่ก็มีบางคนแสดงความคิด เห็นว่าเหตุที่ได้ชื่อว่าบ้านคลองแหนี้ อาจจะเป็นเหตุสืบเนื่องมาจากรูปลักษณะของลำคลองที่เป็นรูปลักษณะของแห (อุปกรณ์ในการดักจับปลาชนิดหนึ่ง)ก็เป็นได้</p>
<p>19.บ้านนายด่าน หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมในสมัยสงครามหมู่บ้านดังกล่าวมีการตั้งด่านเพื่อสกัดกั้นศัตรูซึ่ง เป็นจุดเด่นจนชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “บ้านนายด่าน”</p>
<p>20.บ้านควนลัง หมู่ที่ 3 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมบริเวณดังกล่าวยังมี “ควน”อันเป็นเนินดินเตี้ยๆซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิต อยู่ภายใน ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวจึงร่วมกันสร้างศาลเจ้าขึ้นเรียกกันว่า “หลักตาลัง” และเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “บ้านควนลัง”</p>
<p>21.บ้าน ท่านางหอม หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมหมู่บ้านแห่งนี้มีลำคลองธรรมชาติอันใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมา รวมทั้งมีสถานที่เทียบเรืออันเรียกว่า “ท่า” และที่ท่าแห่งนี้เองมีสาวสวยผมยาวอยู่นางหนึ่งยามใดก็ตามที่นางเดินผ่านจะ ได้กลิ่นหอมจากกายของนาง ซึ่งนางผู้นี้เองจะมาลงเรือที่ท่าแห่งนี้เป็นประจำ ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า “ท่านางหอม” และเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านท่านางหอม”</p>
<p>22.บ้านคลองเปล หมู่ที่ 6 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิม ณ หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีนางเลือดขาวที่สวยงามมาก ซึ่งนางจะเดินทางมาอาบน้ำที่ลำธารบริเวณดังกล่าวเป็นประจำนางเลือดขาวได้ผูก เปลเอาไว้กับสายน้ำที่ลำคลองแห่งนี้เป็นประจำ ชาวบ้านจำเรียกกันว่า “บ้านคลองเปล” ดังปัจจุบันปรากฏ</p>
<p>23.บ้านควนเนียง หมู่ที่ 3 ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมเวลามีการจัดงานในวันสำคัญของที่หมู่บ้านแห่งนี้จะมีเนียง(โอ่ง)โผล่ ขึ้นมากลางวัดทุกๆครั้ง และทุกครั้งที่เนียงปรากฏขึ้นมาเนียงดังกล่าวจะกลิ้งไปตามท้องถนนไปตั้งอยู่ บนควน ชาวบ้านในสมัยนั้นจึงเรียกว่า “บ้านควนเนียง” ดังปัจจุบัน</p>
<p>24.บ้าน ท่าแซ หมู่ที่ 1,2,3,4 ตำบลคลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมหมู่บ้านแห่งนี้มักมีการค้าขายสินค้าซื้อหากันอย่างมากมายจนมีเสียง เซ็งแซ่ไปทั่ว ต่อมาชาวบ้านจึงเรียกชื่อหมู่บ้านดังกล่าวว่า “บ้านท่าแซ่” ครั้งหลังจึงเรียกเพี้ยนว่า “บ้านท่าแซ” ดังปัจจุบัน</p>
<p>25.บ้านโป๊ะหมอ หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัด<a title="ปักษ์ใต้" href="http://www.kontaiclub.com">สงขลา</a> ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า ในสมัยก่อนในพื้นที่บริเวณนี้มีหมอรักษาโรคซึ่งมีความเชี่ยวชาญและเก่งมาก ชาวบ้านเรียกท่านว่า “โปหมอ” โดยเวลาชาวบ้านเกิดอาการเจ็บป่วยก็มักนิยมที่จะเดินทางไปให้โปหมอรักษาให้ ต่อมาชาวบ้านเรียกเพี้ยนไปเป็น “โป๊ะหมอ” และเรียกชื่อหมู่บ้านดังกล่าวว่า “บ้านโป๊ะหมอ”</p>
<p>26.บ้านหินเกลี้ยง หมู่ที่ 6 ตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมมีหินใหญ่ก้อนหนึ่งกลิ้งมาติดอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน ครั้งกาลต่อมาหินก้อนนั้นเริ่มเกลี้ยงขึ้นทุกวันจนชาวบ้านนำไปตั้งเป็นชื่อ ของหมู่บ้านว่า “บ้านหินเกลี้ยง”</p>
<p>27.บ้านท่าจีน หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า ในบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้มีท่าเทียบเรือขนาดเล็กอยู่หนึ่งแห่ง ชาวบ้านของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนจีนมีอาชีพเป็นช่างเหล็กเมื่อเดินทางไปซื้อ เหล็กได้ที่ไหนก็จะลากผ่านท่าแห่งนี้ ชาวบ้านก็เรียกกันติดปากว่า “ท่าจีนลากเหล็ก” แต่รู้สึกว่าชื่อดังกล่าวจะยาวไปชาวบ้านเลยตัดเสียให้สั้นลงเพียงชื่อ “บ้านท่าจีน”</p>
<p>28.บ้านคลองหวะ หมู่ที่ 7 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แต่เดิมมีลำคลองอยู่สายหนึ่งไหลผ่าน ลำคลองสายนี้เองที่มีฝูงปลาอยู่อาศัยอย่างชุกชุม วันหนึ่งชาวบ้านช่วยกันดักจับปลาได้เป็นปริมาณมาก เมื่อนำไปแจกแล้วก็ยังไม่หมด จนชาวบ้านต้องตัดสินใจเอามีดหวะ(ผ่า)ที่ปลาชนิดนั้นๆที่นี่ จนชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “บ้านคลองหวะ” จวบจนปัจจุบัน</p>
<p>29.บ้าน คลองเรียน หมู่ที่ 4 ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่ากันว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นหมู่บ้านแห่งนี้ชาวบ้านมักที่จะเรียกกันติดปากเสมอๆว่า<br />
“บ้าน คลองเวียน” สืบเนื่องมาจากวัดอันถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านที่นี่ในอดีตเคยมีคลอง เวียนรอบวัด ชาวบ้านจึงตั้งชื่อวัดตามลักษณะของคลองว่า “วัดคลองเวียน” และเรียกชื่อหมู่บ้านของตนว่า “บ้านคลองเวียน” ครั้งหลังจึงเรียกเพี้ยนกันเป็น “บ้านคลองเรียน” จวบจนปัจจุบัน</p>
<p>เขียน,เรียบเรียง : คุณาพร ไชยโรจน์</p>
<p><a title="ปักษ์ใต้" href="http://www.kontaiclub.com">คนใต้</a>, <a title="เพลงใต้" href="http://www.kontaiclub.com">ฟังเพลงใต้</a>, <a title="ร้านอาหารปักษ์ใต้" href="http://foodshops.kontaiclub.com">ร้านอาหารปักษ์ใต้</a> , <a title="ปักษ์ใต้" href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php">ปักษ์ใต้</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/56/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/56/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/56/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=56&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/07/17/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ตำนานเขาขุนพนม จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ประทับพระเจ้าตากสินมหาราช หลังถูกประหาร</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/07/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%a1-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/07/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%a1-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Jul 2010 03:03:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=54</guid>
		<description><![CDATA[ตำนานเขาขุนพนม จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ประทับพระเจ้าตากสินมหาราช หลังถูกประหาร สถานที่ตั้ง เขาขุนพนม ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ประวัติความเป็นมา ตามประวัติเชื่อกันว่า เขาขุนพนม เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชภายหลังจากสิ้น รัชกาลของพระองค์ มีผู้สันนิษฐานว่าพระเจ้าตากสินทรงมิได้ถูกประหารชีวิต อย่างที่พงศาวดารกล่าวอ้าง แต่ ได้ทรงสับเปลี่ยนพระองค์กับพระญาติหรือทหารคนสนิท แล้วเสด็จมายังนครศรีธรรมราช มีการเตรียมการ โดยมีการสร้างป้อมปราการ ทำเชิงเทิน ป้อมวงกลมตามชะง่อนผาเพื่อให้พระเจ้าตากสินได้ประทับเมื่อทรงผนวชเจริญวิปัน สนากรรมกรรมฐาน ณ วัดเขาขุนพนมจนเสด็จสวรรคต แต่บางกระแสกล่าวว่าเขาขุนพรม สร้างโดยพระยาตรังภูมาภิบาลเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช สำหรับพักตากอากาศที่เขาขุนพนมจึงมีการสร้าง ป้อมปราการคอยป้องกันอย่างแน่นหนา ความสำคัญต่อชุมชน ชาวเขาขุนพนมมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จหนีมาประทับที่เขาขุนพนม จึงได้ร่วมมือ กันสร้างพระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณชะง่อนหินเชิงเขา ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อว่าพระองค์ ประทับขณะผนวชอยู่ &#8230; <a href="http://rakpaktai.wordpress.com/2010/07/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%a1-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=54&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตำนานเขาขุนพนม จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ประทับพระเจ้าตากสินมหาราช หลังถูกประหาร</strong></p>
<p><strong>สถานที่ตั้ง </strong>เขาขุนพนม ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช</p>
<p><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></p>
<p>            ตามประวัติเชื่อกันว่า เขาขุนพนม เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชภายหลังจากสิ้น รัชกาลของพระองค์ มีผู้สันนิษฐานว่าพระเจ้าตากสินทรงมิได้ถูกประหารชีวิต อย่างที่พงศาวดารกล่าวอ้าง แต่ ได้ทรงสับเปลี่ยนพระองค์กับพระญาติหรือทหารคนสนิท แล้วเสด็จมายังนครศรีธรรมราช มีการเตรียมการ โดยมีการสร้างป้อมปราการ ทำเชิงเทิน ป้อมวงกลมตามชะง่อนผาเพื่อให้พระเจ้าตากสินได้ประทับเมื่อทรงผนวชเจริญวิปัน สนากรรมกรรมฐาน ณ วัดเขาขุนพนมจนเสด็จสวรรคต แต่บางกระแสกล่าวว่าเขาขุนพรม สร้างโดยพระยาตรังภูมาภิบาลเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช สำหรับพักตากอากาศที่เขาขุนพนมจึงมีการสร้าง ป้อมปราการคอยป้องกันอย่างแน่นหนา ความสำคัญต่อชุมชน ชาวเขาขุนพนมมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จหนีมาประทับที่เขาขุนพนม จึงได้ร่วมมือ กันสร้างพระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณชะง่อนหินเชิงเขา ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อว่าพระองค์ ประทับขณะผนวชอยู่ ประชาชนที่ยังระลึกถึงวีรกรรม และความกล้าหาญในการกู้เอกราชชาติไทยในสมัยเสีย กรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ได้ร่วมกันสร้างพระบรมสาทิสลักษณ์ ทั้งในเพศบรรชิต และชุดฉลองพระองค์นักรบ แล้วอัญเชิญมาไว้ในศาลให้ผู้คนที่ศรัทธาได้มากราบไหว้ ปัจจุบันจึงมีประชาชน จากทั่วสารทิศมาเขาขุนพนม อยู่เสมอเพื่อตามรอยพระเจ้าตากสินมหาราชลักษณะทางสถาปัตยกรรมเขาขุนพนมมี ลักษณะเป็นภูเขาหินปูนลูกโดดเตี้ย ๆ มีต้นไม้ปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น บนภูเขามีถ้ำหินปูน ที่มีโพรงหินงอกหินย้อน ลักษณะของภูเขาวางตัวอยู่ในแถบเหนือ-ใต้ มีความยาวประมาณ ๗๕๐ เมตร กว้างตามแนวทางทิศตะวันออก-ตะวันตก ประมาณ ๕๐๐ เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๔๓ เมตร ส่วนยอดเขาสูง จากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๑๖๕ เมตร ทางทิศใต้ของภูเขาเป็นทางลาดชัน ทางทิศเหนือเป็นไหล่เขา ทางทิศตะวันตกเป็นสวนมังคุดและสวนยางพารา ทางทิศตะวันตกเป็นโรงเรียนและวัดเขาขุนพนม เขาขุนพนมมีจุดเด่นอยู่ที่วัดเขาขุนพนมซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของเขาขุนพนม ประวัติการก่อสร้างไม่ปรากฏ แต่หลักฐานประเภทโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ สามารถบ่งนี้ได้ว่า วัดเขาขุนพนมน่าจะสร้างขึ้นในตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โบราณสถานโบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่</p>
<p>๑. พระอุโบสถ เดิมเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาด ๕.๘๐ x ๑๑.๒๐ เมตร ตั้งอยู่บนฐานยกพื้นสูง ๑.๗๕ เมตร เป็นฐานเขียงสองชั้นและฐานสิงห์หนึ่งชั้น หลังคาจั่วไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ประดับหลังคา ของพระอุโบสถเหมือนทั่วไป ลักษณะจะเป็นพระอุโบสถที่เรียกว่า มหาอุด คือไม่มีช่องหน้าต่าง พ.ศ. ๒๕๓๓ มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ทำให้มีช่องรับแสงใต้หน้าบันและใต้ปีกหลังคา ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีสาวกซ้ายขวาที่พนมมือที่มุมด้านข้างฐานชุกชี รอบ พระอุโบสถมีใบเสมาแปดใบตั้งอยู่บนฐานสิงห์ ย่อมุมได้สิบสอง ส่วนบนเป็นบัวกลุ่มรองรับใบเสมา</p>
<p>๒. ถ้ำพระเจ้าตาก บันไดทางขึ้นมีรูปพญานาคปูนปั้นเจ็ดเศียรสองตน แผ่นพังพานทอดตัวเป็นราว บันได มีทั้งหมด ๒๔๕ ชั้น กลางลำตัวพญานาคสลักเป็นรูปพระพุทธรูปที่นั่งขัดสมาธิปิดตา อยู่ในวงกลมล้อม รอบด้วยลายเม็ดน้ำค้างและกลีบดอกไม้ ด้านนอกวงกลมเป็นลายกระจัง ใต้ศอพญานาคทุกตนมีลายนโม สุดปลายหางพญานาคเป็นเพิงผาขนาดใหญ่เรียกว่า ถ้ำพระเจ้าตากหรือถ้ำเขาขุนพนม ปากถ้ำหันไปทาง</p>
<p>ทิศตะวันออก มีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญได้แก่<br />
๒.๑ ประตูทางเข้าด้านหน้า เป็นเสาหัวเม็ดเตี้ย ๆ ช่องประตูกว้างประมาณ ๗๐ เซนติเมตร ติดกับเสา หัวเม็ดด้านเหนือมีกำแพงแก้วเตี้ย ๆ ไปชิดกับผนังกำแพงก่ออิฐถือปูน</p>
<p>๒.๒ กำแพงทางด้านทิเศหนือ เป็นกำแพงอิฐถือปูนกว้างประมาณ ๒.๖๐ เมตร ยาว ๙.๓๐ เมตร สูง ๑.๘๐ เมตร ส่วนบนสุดของกำแพงประดับด้วยใบเสมา ภายในห้องหลังกำแพงประดิษฐานพระพุทธรูป ปางมารวิชัยสามองค์ ด้านข้างผนังถ้ำมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยหนึ่งองค์และพระพุทธรูปสมาธิสององค์ ตัวกำแพงมีการนำถ้วยชามมาตกแต่ง บริเวณซุ้มของกำแพงยังปรากฏถ้วยลายครามจีนสมัยราชวงศ์หมิง ส่วน ยอดของซุ้มประตูมีเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์ชิงบริเวณซุ้มกำแพงทิศเนือด้าน ในก่อเป็นเสา ยอดเสาคงเป็นเจดีย์ยอดแต่ส่วนขององค์ระฆังหักหายไปแล้ว เหลือเพียงฐานที่เป็นฐานสิงห์ หนึ่งชั้นรองรับบัวกลุ่มประตูด้านหลังทำเป็นเสาหัวเข็มสองเสาเหมือนประตูทาง เข้าด้านหน้า ตัดจากเสาหัวเม็ด ไปทางทิศเหนือเป็นราวกำแพงเตี้ย ๆ ไปชนกับกำแพง ด้านทิศเหนืออีกด้านไปชนทางด้านทิศตะวันตก</p>
<p>๒.๓ กำแพงด้านทิศตะวันตก อยู่ตรงกันข้ามกับประตูทางเข้าออกด้านหน้าเป็นกำแพงสูงประมาณ ๑.๘๐ เมตร ยอดกำแพงไม่มีใบเสมา ในผนังกำแพงมีเสาหลอกสามตัน เสาด้านนอกสุดมีบัวหัวเสาคาดด้วย ลูกแก้วอกไก่ ส่วนยอดเสาคงเป็นเจดีย์ยอดเช่นเดียวกับเสาด้านใน กำแพงด้านนี้ตกแต่งประดับประดาด้วย ลายปูนปั้นทำเป็นรูปดอกไม้ โดยใช้เศษเครื่องลายครามจีนตกแต่ง จุดเด่นของผนังด้านนี้คือปูนปั้นรูปราหูอมจันทร์ ราหูไม่มีริมผีปากล่าง กางแขนออก สองมือประคองดวงจันทร์ อ้าปากแยกเขี้ยวคล้ายจะกลืนกิน</p>
<p>๒.๔ ลานหน้าถ้ำ ในลานหน้าถ้ำมีรูปยักษ์ปูนปั้นสองตนอยู่ด้านหน้าของเสาหัวเม็ดตรงประตูหลัง บริเวณนี้มีพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาเป็นจำนวนมาก รอยพระพุทธบาทจำลองแกะไม้ฝังลงไปในเนื้อไม้เป็น ลวดลายมงคล ๑๐๘ ขนาดกว้าง ๖๓ เซนติเมตร ยาว ๑.๗๒ เมตร ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓-๒๔</p>
<p>๒.๕ กำแพงด้านทิศตะวันตกสุด เป็นกำแพงด้านในสุด อยู่ถัดจากกำแพงด้านทิศตะวันตก ๒.๗๐ เมตร ก่อปิดด้านในสุดของผนังเพิงผาด้านทิศตะวันตก ทำให้เกิดห้องเล็ก ๆ ซึ่งได้มีการนำพระบรมสาทิสลักษณ์ ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาประดับที่ซุ้มประตู หลังถ้ำด้านในมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ปูนปั้นหนึ่งองค์</p>
<p>๓. พระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บนบริเวณชะง่อนหินใกล้เชิงเขา เมื่อขึ้นเขาตาม บันไดนาคประมาณ ๑๐ เมตรจะพบพระตำหนักของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอยู่ทางซ้ายมือ บริเวณ โดยรอบกุฎิมีซากกำแพงก่ออิฐเตี้ย ๆ เส้นทางเข้าสู่เขาขุนพนม จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปตามถนนสาย ๔๐๑๖ นครศรีธรรมราชถึงอำเภอพรหมคีรี ระยะทาง ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ถึงสี่แยกพรหมโลก เลี้ยวขวาเข้าไปตามถนนสายพรหมโลก-ท่าแพ ถึงบ้านนาเสน ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๕๐๐ เมตร จะเห็นเขาขุนพนมตั้งอยู่เบื้องหน้า</p>
<p><a href="http://www.kontaiclub.com">คนใต้ ปักษ์ใต้</a> <a href="http://foodshops.kontaiclub.com">ร้านอาหารใต้</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/54/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=54&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/07/03/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%a1-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นิทานตำนาน ภาคใต้ เหตุที่วัวฟันหัก จังหวัดภูเก็ต</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/22/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/22/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2010 03:35:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=50</guid>
		<description><![CDATA[นิทานตำนาน ภาคใต้ เหตุที่วัวฟันหัก จังหวัดภูเก็ต ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสด็จไปบนสวรรค์เพื่อโปรดพุทธมารดา โดยมีเต่าตามไปด้วย โดยพระพุทธเจ้าให้เต่าคาบจีวรแล้วเหาะไป ในขณะที่เต่าอยู่กลางอากาศวัวก็เห็นเต่าก็ตะโกนดังๆว่า &#8220;แลโด้เต่าเหาะได้&#8221; เมื่อเต่าได้ยินก็พูดอวดตัวเอง ว่าเก่งที่เหาะได้เลยได้พูดว่า &#8220;ตอเดียวเราจะเหาะให้สูงกว่านี้อีก&#8221; แต่พออ้าปากพูดเต่าลงหล่นลงมา วัวก็หัวเราะด้วยความสมน้ำหน้า และเต่าได้หล่นตรงปากวัวพอดีทำให้ หน้าฟันบนหักหมด แล้วกระดองเต่าก็ร้าวเหมือนที่เห็นกันในปัจจุบัน คติ/แนวคิด ในการพูดสิ่งใดก็ตามในแต่ละครั้ง ก็ต้องดูสถานที่หรือโอกาสที่จะพูดว่าเวลาไหนควรพูด เวลาไหนไม่ควรพูด และไม่ควรพูดจาโอ้อวดจนลืมความปลอดภัยของตนเองไปได้ อีกอย่างหนึ่ง ก่อนกระทำการใด ๆ ก็ตามก็ต้องคิดตรึกตรองให้รอบคอบเสียก่อน จึงพูดออกมา หรือกระทำจึงส่งผลให้เกิดในทางที่ดีที่ถูกต้อง และที่สำคัญไม่เกิดผลกระทบต่อบุคคลอื่น คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้,ร้านอาหารปักษ์ใต้<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=50&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.kontaiclub.com"><strong>นิทานตำนาน ภาคใต้ เหตุที่วัวฟันหัก  จังหวัดภูเก็ต</strong></a></p>
<p>            ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสด็จไปบนสวรรค์เพื่อโปรดพุทธมารดา โดยมีเต่าตามไปด้วย โดยพระพุทธเจ้าให้เต่าคาบจีวรแล้วเหาะไป ในขณะที่เต่าอยู่กลางอากาศวัวก็เห็นเต่าก็ตะโกนดังๆว่า &#8220;แลโด้เต่าเหาะได้&#8221; เมื่อเต่าได้ยินก็พูดอวดตัวเอง ว่าเก่งที่เหาะได้เลยได้พูดว่า &#8220;ตอเดียวเราจะเหาะให้สูงกว่านี้อีก&#8221; แต่พออ้าปากพูดเต่าลงหล่นลงมา วัวก็หัวเราะด้วยความสมน้ำหน้า และเต่าได้หล่นตรงปากวัวพอดีทำให้ หน้าฟันบนหักหมด แล้วกระดองเต่าก็ร้าวเหมือนที่เห็นกันในปัจจุบัน</p>
<p>            <strong>คติ/แนวคิด</strong><br />
            ในการพูดสิ่งใดก็ตามในแต่ละครั้ง ก็ต้องดูสถานที่หรือโอกาสที่จะพูดว่าเวลาไหนควรพูด เวลาไหนไม่ควรพูด และไม่ควรพูดจาโอ้อวดจนลืมความปลอดภัยของตนเองไปได้ อีกอย่างหนึ่ง ก่อนกระทำการใด ๆ ก็ตามก็ต้องคิดตรึกตรองให้รอบคอบเสียก่อน จึงพูดออกมา หรือกระทำจึงส่งผลให้เกิดในทางที่ดีที่ถูกต้อง และที่สำคัญไม่เกิดผลกระทบต่อบุคคลอื่น </p>
<p><a href="http://www.kontaiclub.com">คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้,ร้านอาหารปักษ์ใต้</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/50/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=50&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/22/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นิทานตำนาน บ้านป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/13/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/13/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Jun 2010 10:15:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=47</guid>
		<description><![CDATA[นิทานตำนาน บ้านป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต ในสมัยที่กองทัพพม่าบุกเมืองถลาง หมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ด้านนอกต้องรับมือกับกองทัพพม่าก่อน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านหวาดกลัวมาก ประกอบกับกำลังน้อยกว่าพวกพม่าและไม่มีอาวุธที่จะไปต่อสู้กับศัตรู พวกพม่าโหดร้ายมาก ได้ฆ่าฟันชาวบ้านไม่เว้นแม้แต่เด็กหรือคนแก่หรือแม้แต่ผู้หญิง บุกปล้นสิ่งของต่าง ๆ และจุดไฟเผาบ้านเรือนประชาชน กวาดต้อนคนไทยและขนทรัพย์สินต่าง ๆ ไปพม่า จับพวกผู้ชายไป เป็นทาสรับใช้ ส่วนพวกที่ไม่มีประโยชน์ก็จะถูกพวกพม่าเผาทิ้ง คติ/แนวคิด ๑. นิทานบ้านป่าคลอก ทำให้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของชื่อบ้านป่าคลอก ว่ามาจากสมัยสงครามศึกพม่าบุกเมืองถลาง ๒. นิทานได้เล่าเรื่องราวความโหดร้ายของพม่า ทั้งฆ่าชาวบ้าน และปล้นสดมภ์เข้าของเป็นการย้ำ ความฝังใจความโหดร้ายของพม่า จนกระทั่งกล่าวกันติดปากเสมอเมื่อเด็กเล็ก ๆ ร้องกวนโยเยว่า &#8220;เดี๋ยวพม่ามา&#8221; ซึ่งเด็กจะตกใจหยุดร้องทันทีด้วยความหวาดกลัว ๓. เป็นคติสอนว่าหากใช้ปัญญาในการต่อสู้ แม้จะมีกำลังและเครื่องมือน้อยก็จะประสบความสำเร็จได้ หากหวาดกลัวเสียแล้วไม่คิดการต่อสู้ก็ต้องพ่ายแพ้เสมอ ดังอนุสรณ์เตือนใจจากบ้านป่าคลอก &#8230; <a href="http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/13/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%88/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=47&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.kontaiclub.com"><strong>นิทานตำนาน บ้านป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต</strong></a></p>
<p>        ในสมัยที่กองทัพพม่าบุกเมืองถลาง หมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ด้านนอกต้องรับมือกับกองทัพพม่าก่อน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านหวาดกลัวมาก ประกอบกับกำลังน้อยกว่าพวกพม่าและไม่มีอาวุธที่จะไปต่อสู้กับศัตรู พวกพม่าโหดร้ายมาก ได้ฆ่าฟันชาวบ้านไม่เว้นแม้แต่เด็กหรือคนแก่หรือแม้แต่ผู้หญิง บุกปล้นสิ่งของต่าง ๆ และจุดไฟเผาบ้านเรือนประชาชน กวาดต้อนคนไทยและขนทรัพย์สินต่าง ๆ ไปพม่า จับพวกผู้ชายไป เป็นทาสรับใช้ ส่วนพวกที่ไม่มีประโยชน์ก็จะถูกพวกพม่าเผาทิ้ง</p>
<p><strong><br />
คติ/แนวคิด</strong><br />
๑. นิทานบ้านป่าคลอก ทำให้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของชื่อบ้านป่าคลอก ว่ามาจากสมัยสงครามศึกพม่าบุกเมืองถลาง<br />
๒. นิทานได้เล่าเรื่องราวความโหดร้ายของพม่า ทั้งฆ่าชาวบ้าน และปล้นสดมภ์เข้าของเป็นการย้ำ ความฝังใจความโหดร้ายของพม่า จนกระทั่งกล่าวกันติดปากเสมอเมื่อเด็กเล็ก ๆ ร้องกวนโยเยว่า &#8220;เดี๋ยวพม่ามา&#8221; ซึ่งเด็กจะตกใจหยุดร้องทันทีด้วยความหวาดกลัว<br />
๓. เป็นคติสอนว่าหากใช้ปัญญาในการต่อสู้ แม้จะมีกำลังและเครื่องมือน้อยก็จะประสบความสำเร็จได้ หากหวาดกลัวเสียแล้วไม่คิดการต่อสู้ก็ต้องพ่ายแพ้เสมอ ดังอนุสรณ์เตือนใจจากบ้านป่าคลอก<br />
๔. สถานที่ที่พม่าใช้เป็นที่เผาสิ่งของและผู้คนในปัจจุบันยังคงเรียกกันว่า &#8220;บ้านป่าคลอก&#8221;</p>
<p><a href="http://pic2fun.wordpress.com">ภาพขำขำ</a></p>
<p><a href="http://www.kontaiclub.com"><strong>คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้</strong></a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/47/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=47&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/13/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นิทานพื้นบ้านภาคใต้ &#8211; จระเข้กับหมา</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/12/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%88%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/12/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%88%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Jun 2010 17:50:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[นิทานพื้นบ้านภาคใต้ &#8211; จระเข้กับหมา ในกาลก่อนนั้นจระเข้กับหมาเคยเป็นเพื่อนเกลอกัน ทั้งสองได้สัญญากันว่า ไปไหนก็จะไปด้วยกัน หรือถ้าใครได้อะไรมาก็จะแบ่งปันกันเท่า ๆ กัน อยู่มาวันหนึ่ง หมาได้ลูกแพะมาตัวหนึ่ง แต่มันกำลังหิวจัด มันจึงจัดการกิน เสียขาหนึ่งก่อน เหลืออีกสามขามันก็คาบมาฝากจระเข้ผู้สหายของมัน พอมาถึงก็ได้ แบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน จระเข้ก็ให้นึกสงสัยว่าเหตุใดแพะตัวนี้จึงมีแค่สามขา เท่านั้น จึงถามเพื่อนหมาของมันขึ้นว่า &#8220;นี่แนะสหายรัก ทำไมแพะตัวนี่จึงมีสามขาล่ะ มันหายไปไหนเสียขาหนึ่งว่ะ&#8221; หมาจึงตอบว่า &#8220;เอ…ตอนข้าพบมันนั้น มันก็มีอยู่แค่นี้เท่า นั้นแหละว่ะเพื่อนเอ๋ย&#8221; จระเข้ก็คิดว่าหมาผู้เป็นเพื่อนเกลอของมันคงจะคิดไม่ซื่อกับมันเสียแล้ว ก็ให้ นึกโกรธอยู่ในใจตั้งแต่นั้นมา แต่ทั้งสองก็ยังคงคบเป็นเพื่อนเกลอกันต่อมา จนกระทั่งทั้ง สองได้เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ จระเข้ก็บอกให้หมานั่งไปบนหลังของมัน ขณะที่ข้ามคลองไปยัง อีกฟากหนึ่ง พอไปถึงกลางคลองจระเข้ก็นึกถึงเรื่องที่หนาเคยคดโกงมัน จึงทำให้นึกฉุน &#8230; <a href="http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/12/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%88%e0%b8%a3/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=37&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.kontaiclub.com"><strong>นิทานพื้นบ้านภาคใต้ &#8211; จระเข้กับหมา</strong></a></p>
<p>ในกาลก่อนนั้นจระเข้กับหมาเคยเป็นเพื่อนเกลอกัน ทั้งสองได้สัญญากันว่า ไปไหนก็จะไปด้วยกัน หรือถ้าใครได้อะไรมาก็จะแบ่งปันกันเท่า ๆ กัน</p>
<p>อยู่มาวันหนึ่ง หมาได้ลูกแพะมาตัวหนึ่ง แต่มันกำลังหิวจัด มันจึงจัดการกิน เสียขาหนึ่งก่อน เหลืออีกสามขามันก็คาบมาฝากจระเข้ผู้สหายของมัน พอมาถึงก็ได้ แบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน จระเข้ก็ให้นึกสงสัยว่าเหตุใดแพะตัวนี้จึงมีแค่สามขา เท่านั้น จึงถามเพื่อนหมาของมันขึ้นว่า &#8220;นี่แนะสหายรัก ทำไมแพะตัวนี่จึงมีสามขาล่ะ มันหายไปไหนเสียขาหนึ่งว่ะ&#8221; หมาจึงตอบว่า &#8220;เอ…ตอนข้าพบมันนั้น มันก็มีอยู่แค่นี้เท่า นั้นแหละว่ะเพื่อนเอ๋ย&#8221; จระเข้ก็คิดว่าหมาผู้เป็นเพื่อนเกลอของมันคงจะคิดไม่ซื่อกับมันเสียแล้ว ก็ให้ นึกโกรธอยู่ในใจตั้งแต่นั้นมา แต่ทั้งสองก็ยังคงคบเป็นเพื่อนเกลอกันต่อมา</p>
<p>จนกระทั่งทั้ง สองได้เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ จระเข้ก็บอกให้หมานั่งไปบนหลังของมัน ขณะที่ข้ามคลองไปยัง อีกฟากหนึ่ง พอไปถึงกลางคลองจระเข้ก็นึกถึงเรื่องที่หนาเคยคดโกงมัน จึงทำให้นึกฉุน โกรธขึ้นทันที มันจึงพูดขึ้นว่า &#8220;นี่แน่ะ เพื่อนเอ๋ย ตอนนี้ถ้าข้าจะกินเอ็งเสียก็ทำได้ไม่ยาก ใช่ไหมล่ะเพื่อน…รึเอ็งว่าไง แต่ข้าไม่ทำหรอก ไม่เหมือนเอ็งนี่ที่มีแต่ความคดโกงกับ เพื่อนตลอดมา&#8221; หมาเมื่อได้ฟังดังนั้นก็คิดว่า &#8220;ไอ้จระเข้นี่คบหาเป็นเพื่อนฝูงต่อไปไม่ได้ อีกแล้ว เพราะมันรู้ทันเสียทุกอย่าง เอาละให้ใกล้ถึงฝั่งเสียก่อนเถอะ กูจะทำให้มันเจ็บ ไปจนตายทีเดียวแหละมึงเอ๋ย&#8221; พอใกล้จะถึงฝั่ง หมาก็ขี้รดหัวจระเข้แล้วกระโดดหนีขึ้น ฝั่งไปทันที จระเข้ก็โกรธแค้นมาก แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรหมาได้เฝ้าแต่คิดอาฆาตอยู่ เมื่อ มันได้ยินเสียงหมาร้องขึ้นที่ไหน มันก็จะขึ้นมาจับกินเสียทันที</p>
<p>ฉะนั้น ต่อมาจึงได้มีก้อนเนื้อตะปุ่มตะป่ำงอกขึ้นอยู่บนหัวจระเข้ทุกตัว ซึ่ง เรียกกันว่า &#8220;ก้อนขี้หมา&#8221; นั่นเอง ส่วนจระเข้ก็ชอบกินเนื้อหมากกว่าเนื้อสัตว์อื่น ๆ เพราะมันโกรธเกลียดหมาที่เคยทำกับมันมาแต่อดีต ดังนั้น เวลาที่จะจับจระเข้ก็มักจะใช้ หมาเป็น ๆ เป็นเหยื่อล่อมากกว่าอย่างอื่น</p>
<p>เรื่องเก่าเล่าใหม่โดย : ลุงชาญ</p>
<p><a href="http://www.kontaiclub.com">คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/37/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=37&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/12/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%88%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นิทานพื้นบ้านภาคใต้  &#8211; ปลาแก้มช้ำ</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/12/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%9b%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/12/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%9b%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Jun 2010 14:41:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=33</guid>
		<description><![CDATA[นิทานพื้นบ้านภาคใต้ &#8211; ปลาแก้มช้ำ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง มีอยู่ด้วยกันสี่ชีวิต ตา ยาย หมา และแมว ยายนั้นมีแหวนอยู่วงหนึ่งงามมาก หมาเมื่อได้เห็นแหวนของยาย แล้วก็ให้นึกชอบอยู่ในใจของมันยิ่งนัก ต่อมาไม่นาน หมาก็ได้ลักแหวนของยายไปเสีย ตายายจึงใช้ให้แมวตามไป เอาแหวนคืนมาจากหมาให้ได้ แมวก็ได้ตามไปทันหมาที่สะพานแห่งหนึ่งซึ่งหมากำลัง ข้ามอยู่บนสะพานนั้นพอดี แมวจึงได้ร้องถามหมาขึ้นว่าได้ลักแหวนของยายมาบ้างไหม หมาจึงอ้าปากจะพูดโต้ตอบกับแมว เลยทำให้แหวนที่มันคาบอยู่นั่นหล่นลงไปในคลอง เสีย และก็บังเอิญในคลองนั้นได้มีฝูงปลาฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ แหวนวงนั้นจึงได้ถูกปลาตัว หนึ่งคาบเอาไป เมื่อแหวนได้ตกลงไปในคลองเสียเช่นนั้นแล้ว หมากับแมวก็ได้หันหน้า เข้าหากันเพื่อปรึกษาหารือที่จะงมแหวนจากคลองนั้นให้ได้ โดยหมาได้รู้สึกนึกผิดที่ได้ลัก เอาของมีค่าของผู้มีพระคุณของมันมา มันจึงได้บอกกับแมวว่า มันจะต้องเอาแหวนนั้น ไปคืนยายให้ได้ มิฉะนั้นแล้วมันก็จะไม่กลับไปบ้านของตายายอีกเป็นอันขาด หมาจึงได้ลงไปดำว่ายอยู่ในคลองเพื่อหาแหวนแต่ก็ไม่พบแต่อย่างใด มันจึง คิดที่จะวิดน้ำในคลองนั้นให้แห้งเสียเลย หมาจึงได้ลงไปในคลองนั้นแล้วก็ขึ้นมาสะบัดน้ำ ออกจากตัวมันได้ทำอยู่เช่นนั้นทั้งวันทั้งคืน &#8230; <a href="http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/12/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%9b%e0%b8%a5/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=33&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.kontaiclub.com"><strong><br />
นิทานพื้นบ้านภาคใต้  &#8211; ปลาแก้มช้ำ</strong></a></p>
<p>            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง มีอยู่ด้วยกันสี่ชีวิต ตา ยาย หมา และแมว ยายนั้นมีแหวนอยู่วงหนึ่งงามมาก หมาเมื่อได้เห็นแหวนของยาย แล้วก็ให้นึกชอบอยู่ในใจของมันยิ่งนัก</p>
<p>            ต่อมาไม่นาน หมาก็ได้ลักแหวนของยายไปเสีย ตายายจึงใช้ให้แมวตามไป เอาแหวนคืนมาจากหมาให้ได้ แมวก็ได้ตามไปทันหมาที่สะพานแห่งหนึ่งซึ่งหมากำลัง ข้ามอยู่บนสะพานนั้นพอดี แมวจึงได้ร้องถามหมาขึ้นว่าได้ลักแหวนของยายมาบ้างไหม หมาจึงอ้าปากจะพูดโต้ตอบกับแมว เลยทำให้แหวนที่มันคาบอยู่นั่นหล่นลงไปในคลอง เสีย และก็บังเอิญในคลองนั้นได้มีฝูงปลาฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ แหวนวงนั้นจึงได้ถูกปลาตัว หนึ่งคาบเอาไป</p>
<p>            เมื่อแหวนได้ตกลงไปในคลองเสียเช่นนั้นแล้ว หมากับแมวก็ได้หันหน้า เข้าหากันเพื่อปรึกษาหารือที่จะงมแหวนจากคลองนั้นให้ได้ โดยหมาได้รู้สึกนึกผิดที่ได้ลัก เอาของมีค่าของผู้มีพระคุณของมันมา มันจึงได้บอกกับแมวว่า มันจะต้องเอาแหวนนั้น ไปคืนยายให้ได้ มิฉะนั้นแล้วมันก็จะไม่กลับไปบ้านของตายายอีกเป็นอันขาด หมาจึงได้ลงไปดำว่ายอยู่ในคลองเพื่อหาแหวนแต่ก็ไม่พบแต่อย่างใด มันจึง คิดที่จะวิดน้ำในคลองนั้นให้แห้งเสียเลย หมาจึงได้ลงไปในคลองนั้นแล้วก็ขึ้นมาสะบัดน้ำ ออกจากตัวมันได้ทำอยู่เช่นนั้นทั้งวันทั้งคืน ฝ่ายปลาที่อาศัยอยู่ในคลองนั้นต่างก็ตกใจกลัวว่าน้ำจะแห้งแล้วพวกตนก็จะ พากันตายหมด หัวหน้าฝูงปลาจึงได้มาพูดขอร้องกับหมาทันทีโดยให้หมายุติการวิด คลองเสีย แล้วตนก็อาสาเอาแหวนมาคืนให้ หัวหน้าฝูงปลาจึงได้พาบริวารออกค้นหา ปลาตัวที่คาบแหวนนั้นไปจนพบ แล้วก็ได้ขอแหวนคืนให้หมาแต่โดยดี แต่ปลาตัวนั้นก็ ไม่ยอมคืนให้ ปลาทั้งฝูงจึงโกรธปลาตัวนั้น ก็ได้พากันเข้าตบตียื้อแย่งเอาแหวนวงนั้นมา และได้นำไปให้หมาได้ในที่สุด</p>
<p>           ในการยื้อแย่งเอาแหวนจากปลาด้วยกันครั้งนั้น ปลาตัวที่มีแหวนอยู่ในครอบ ครองก็ได้ถูกเพื่อน ๆ ปลาตบตีเอาจนแก้มทั้งสองช้ำชอกยิ่งนัก ปลาตัวนั้นจึงได้แก้มช้ำ มาตั้งแต่บัดนั้นและมันก็ได้มีเผ่าพันธุ์ต่อมา ปลาทุกตัวที่สืบเชื้อสายมาจากปลาตัวนี้ก็ ล้วนแต่มีลักษณะคล้ายกับแก้มช้ำเหมือนกันหมด จึงได้เรียกชื่อปลาชนิดนี้ตามลักษณะ ของมันว่า &#8220;ปลาแก้มช้ำ&#8221; มาจนทุกวันนี้<br />
<a href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php">อ่านเรื่องอื่น</a></p>
<p>เครดิต : ลุงชาญ</p>
<p><a href="http://www.kontaiclub.com"><strong>คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้</strong></a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/33/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/33/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/33/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=33&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/12/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%9b%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นิทานพื้นบ้านภาคใต้ &#8211; กินเหล้าแล้วอายุยืน</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/01/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/01/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 04:07:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[กินเหล้าแล้วอายุยืน นาน มาแล้วมีเรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งชอบกินเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ งานการก็ไม่เคยนำพาเรื่องบุญกุศลก็ไม่เคยทำ แต่การทำบาปแกก็ไม่เคยทำเช่นกัน ครอบครัวของแก มีอยู่ด้วยกันสามคน คือ ตัวแกเองพร้อมด้วยเมียและลูกอีกคนหนึ่ง ชายคนชอบกินเหล้าผู้นี้คิดอยู่เสมอว่าก่อนที่แกจะตายลงนั้นก็ขอให้ลูกชายได้ บวชเสียก่อน เพราะแกอยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูก แต่ชายคนนั้นก็ได้ตายลงเสียก่อนที่จะได้บวชลูก เมื่ออายุของแกได้ห้าสิบปีพอดีก่อนที่จะตายนั้น แกได้สั่งให้ลูกเมียของแก เอาเหล้าใส่โลงไปด้วยสักสองสามขวดเผื่อหิวเหล้าขึ้นมาก็จะได้กินในปรโลก เมื่อ ชายคนนั้นได้ลงไปอยู่ในเมืองนรกแล้ว ยมบาลก็ถามว่า “ทำไมถึงได้ชอบกินเหล้านักล่ะ เหล้านั้นมันเอร็ดอร่อยมากหรือไรกัน” แกก็ตอบออกไปว่า “อันเหล้านั้น ถ้าได้กินมันเข้าไปแล้ว ก็จะ…….รู้รสชาติทันทีว่า ไม่มีอะไรแล้วในโลกมนุษย์จะอร่อยเท่า บอกไม่ถูกอธิบายไม่ได้ว่ามันมีรสชาติอย่างไร ต้องกินดูเองถึงจะ……รู้” ยมบาลจึงพูดว่า “ในเมืองนรกของเรานี้ไม่มี ไม่งั้นแล้วเราจะลองชิมดูว่ามันจะเอร็ดอร่อยเหมือนดังคำกล่าวของท่านจริง หรือไม่” ชายผู้ชอบกินเหล้าคนนั้นจึงบอกกับยมบาลว่า “แกได้นำมันมาด้วย ถ้ายมบาลจะลองชิมดูก็มีให้ลอง” ยมบาลจึงได้ชิมเหล้าของชายคนนั้นเข้าไป ชิมไปๆ ยมบาลก็ชักติดใจในรสชาติของมัน จึงได้ขอเหล้าชายคนนั้นกินจนหมดขวด &#8230; <a href="http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/01/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b4/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=23&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="นิทาน" href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php?board=22.0"><strong>กินเหล้าแล้วอายุยืน</strong></a></p>
<p>นาน มาแล้วมีเรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งชอบกินเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ งานการก็ไม่เคยนำพาเรื่องบุญกุศลก็ไม่เคยทำ แต่การทำบาปแกก็ไม่เคยทำเช่นกัน ครอบครัวของแก มีอยู่ด้วยกันสามคน คือ ตัวแกเองพร้อมด้วยเมียและลูกอีกคนหนึ่ง ชายคนชอบกินเหล้าผู้นี้คิดอยู่เสมอว่าก่อนที่แกจะตายลงนั้นก็ขอให้ลูกชายได้ บวชเสียก่อน เพราะแกอยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูก แต่ชายคนนั้นก็ได้ตายลงเสียก่อนที่จะได้บวชลูก เมื่ออายุของแกได้ห้าสิบปีพอดีก่อนที่จะตายนั้น แกได้สั่งให้ลูกเมียของแก เอาเหล้าใส่โลงไปด้วยสักสองสามขวดเผื่อหิวเหล้าขึ้นมาก็จะได้กินในปรโลก</p>
<p>เมื่อ ชายคนนั้นได้ลงไปอยู่ในเมืองนรกแล้ว ยมบาลก็ถามว่า “ทำไมถึงได้ชอบกินเหล้านักล่ะ เหล้านั้นมันเอร็ดอร่อยมากหรือไรกัน” แกก็ตอบออกไปว่า “อันเหล้านั้น ถ้าได้กินมันเข้าไปแล้ว ก็จะ…….รู้รสชาติทันทีว่า ไม่มีอะไรแล้วในโลกมนุษย์จะอร่อยเท่า บอกไม่ถูกอธิบายไม่ได้ว่ามันมีรสชาติอย่างไร ต้องกินดูเองถึงจะ……รู้” ยมบาลจึงพูดว่า “ในเมืองนรกของเรานี้ไม่มี ไม่งั้นแล้วเราจะลองชิมดูว่ามันจะเอร็ดอร่อยเหมือนดังคำกล่าวของท่านจริง หรือไม่” ชายผู้ชอบกินเหล้าคนนั้นจึงบอกกับยมบาลว่า “แกได้นำมันมาด้วย ถ้ายมบาลจะลองชิมดูก็มีให้ลอง” ยมบาลจึงได้ชิมเหล้าของชายคนนั้นเข้าไป ชิมไปๆ ยมบาลก็ชักติดใจในรสชาติของมัน จึงได้ขอเหล้าชายคนนั้นกินจนหมดขวด ยมบาลจึงได้เมาขึ้นมาทันที เพราะไม่เคยกินเหล้ามาก่อน หรือเพราะคอยังอ่อนอยู่นั่นเอง ในเวลาต่อมา ยมบาลก็ได้ชอบพอกันกับชายคนนั้น จนกระทั่งสัญญาเป็นเพื่อนเกลอกัน แล้วบอกชายคนนั้นว่า “ถ้าแกต้องการอะไรที่พอผ่อนปรนกันแล้วก็ขอให้บอกมาเถิดเราจะช่วยเหลือ” ชายคนนั้นจึงบอกยมบาลว่า “ในชีวิตของแกไม่เคยได้ทำบุญอะไรเลย แกจึงอยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูกชายสักครั้ง” แล้วแกจึงขอร้องต่อยมบาลว่า “ขอมีอายุต่อไปอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น เพื่อบวชลูกชายได้หรือไม่” ด้วย ความรักใคร่สงสารต่อชายผู้นั้นเป็นพิเศษ ยมบาลก็อนุญาตด้วยการต่ออายุให้ แล้วลงไว้ในบัญชีของยมโลก โดยยมบาลเพิ่มอายุให้อีกหนึ่งปี จึงได้เขียนเลข 1 ต่อจากเลข 50 ซึ่งเป็นอายุขัยของชายผู้นั้นลงในบัญชีทันที แต่ด้วยความเมาของยมบาลเอง จึงเลยลืมลบเลข 0 ออกเสียก่อน จึงกลายเป็นว่าชายคนนั้นมีอายุไปจนถึง 501 ปี</p>
<p>เมื่อยมบาลต่ออายุให้ แล้ว ชายผู้ชอบกินเหล้าคนนั้นก็ได้ฟื้นกลับมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง แกก็ได้จัดการบวชลูกชาย จนได้เห็นชายผ้าเหลืองสมความตั้งใจแล้ว แกก็รอวันตายของแกเรื่อยมาแต่ก็ไม่ตายสักที จนกระทั่งเมีย ลูก หลาน เหลน ได้พากันตายไปแล้วเกือบทุกคนแต่แกก็ยังไม่ตายอยู่นั่นเอง ทำให้ชายผู้นั้นมีชีวิตอยู่อย่างทรมานใจเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นต้องอยู่ และเห็นคนที่แกรักตายจากไปทีละคนสองคนอยู่เสมอ</p>
<p>ผู้เล่า: นายแวะ ขนอม</p>
<p><a title="นิทาน" href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php?board=22.0" target="_self">ดูนิทานทั้งหมด</a></p>
<p><a href="http://www.kontaiclub.com"><strong>คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้</strong></a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/23/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/23/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/23/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=23&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/06/01/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นิทานพื้นบ้าน ตำนาน เกาะเภตรา จ.ตรัง</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/05/31/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/05/31/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 May 2010 10:58:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=20</guid>
		<description><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน ตำนาน เกาะเภตรา จ.ตรัง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเตรา มีตำนานเกาะเภตราซึ่งตัวเกาะเภตราตั้งอยู่ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง มองจากที่ไกลๆ คล้ายกับเรือสำเภากำลังอับปาง ดังมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาถึงการเกิดเป็นหมู่เกาะเภตราว่า มีครอบครัวๆ หนึ่ง มีตาพุดกับยายทองและลูกชายอีกหนึ่งคน นับถืศาสนาพุทธ ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านพระม่วง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่มาวันหนึ่งมีเรือสำเภาของพ่อค้าชาวไทรบุรีได้นำสินค้าเข้ามาค้าขายที่ ท่าเรือกันตัง ฝ่ายลูกชายของตายายก็ได้มาชมสินค้าในเรือเหมือนกับคนอื่นๆ เมื่อพ่อค้าเห็นเข้าก็เกิดความรักความเอ็นดู จึงเอ่ยปากชวนไปอยู่ที่เมืองไทรบุรีด้วย และได้ช่วยพ่อค้าทำงานอย่างขยันขันแข็ง อยู่มาวันหนึ่งเจ้าพระยาเมืองไทรบุรีได้มาเห็นเด็กชาย็เกิดความรักความ เอ็นดู จึงขอเด็กชายจากพ่อค้าไปเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมโโยให้เข้านับถือศาสนาอิส ลาม เจ้าพระยาได้เลี้ยงดูเป็นอย่างดี ทำให้เด็กชายหลงระเริงลืมตนว่าเป็นใคร ครั้นมีอายุสมควรแก่การมีเหย้ามีเรือน เจ้าพระยาก็ให้แต่งงานกับลูกสาวของตน หลังจากแต่งงานฝ่ายหญิงก็คิดที่จะไปเยี่ยมพ่อแม่ของสามีและคอยรบเร้าจนสามี ต้องยอม จึงได้ตกแต่งเรือสำเภาขนาดใหญ่ และให้คนเดินทางล่วงหน้าไปก่อนเพื่อแจ้งข่าวให้กับตายาย ดูข้อมูลเพิ่มเติม คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=20&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="เกาะเภตรา" href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php?topic=54.0" target="_self"><strong><strong>นิทานพื้นบ้าน ตำนาน เกาะเภตรา จ.ตรัง</strong></strong></a></p>
<p>อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเตรา มีตำนานเกาะเภตราซึ่งตัวเกาะเภตราตั้งอยู่ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง มองจากที่ไกลๆ คล้ายกับเรือสำเภากำลังอับปาง ดังมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาถึงการเกิดเป็นหมู่เกาะเภตราว่า มีครอบครัวๆ หนึ่ง มีตาพุดกับยายทองและลูกชายอีกหนึ่งคน นับถืศาสนาพุทธ ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านพระม่วง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่มาวันหนึ่งมีเรือสำเภาของพ่อค้าชาวไทรบุรีได้นำสินค้าเข้ามาค้าขายที่ ท่าเรือกันตัง ฝ่ายลูกชายของตายายก็ได้มาชมสินค้าในเรือเหมือนกับคนอื่นๆ เมื่อพ่อค้าเห็นเข้าก็เกิดความรักความเอ็นดู จึงเอ่ยปากชวนไปอยู่ที่เมืองไทรบุรีด้วย และได้ช่วยพ่อค้าทำงานอย่างขยันขันแข็ง อยู่มาวันหนึ่งเจ้าพระยาเมืองไทรบุรีได้มาเห็นเด็กชาย็เกิดความรักความ เอ็นดู จึงขอเด็กชายจากพ่อค้าไปเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมโโยให้เข้านับถือศาสนาอิส ลาม เจ้าพระยาได้เลี้ยงดูเป็นอย่างดี ทำให้เด็กชายหลงระเริงลืมตนว่าเป็นใคร ครั้นมีอายุสมควรแก่การมีเหย้ามีเรือน เจ้าพระยาก็ให้แต่งงานกับลูกสาวของตน</p>
<p>หลังจากแต่งงานฝ่ายหญิงก็คิดที่จะไปเยี่ยมพ่อแม่ของสามีและคอยรบเร้าจนสามี ต้องยอม จึงได้ตกแต่งเรือสำเภาขนาดใหญ่ และให้คนเดินทางล่วงหน้าไปก่อนเพื่อแจ้งข่าวให้กับตายาย <a title="เกาะเภตรา" href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php?topic=54.0" target="_blank">ดูข้อมูลเพิ่มเติม</a></p>
<p><a href="http://www.kontaiclub.com"><strong>คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้</strong></a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/20/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=20&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/05/31/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8220;โจ&#8221; ไสยศาสตร์ของชาวใต้</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/05/31/%e0%b9%82%e0%b8%88-%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/05/31/%e0%b9%82%e0%b8%88-%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 May 2010 10:47:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=17</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;โจ&#8221; ไสยศาสตร์ของชาวใต้ โจ เป็นเครื่องรางชนิดหนึ่ง นิยมใช้ในหมู่ชาวสวนภาคใต้ของไทย เชื่อว่าสามารถป้องกันขโมย และจะส่งผลร้ายต่อผู้ที่มาขโมยผลไม้ในสวนได้ มีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น โจกระบอก (ทำจากกระบอกไม้ไผ่), โจป่อง (ทำจากกระป๋อง), โจพรก (ทำจากกะลามะพร้าว) และโจหลอก โดยทั่วไปเจ้าของสวนจะแขวนโจไว้ตามกิ่งไม้ผล เพื่อให้ผู้คนเห็นได้ง่าย จะได้ไม่เข้ามาขโมยผลไม้แต่หากต้องการทำร้ายผู้ขโมยผลไม้อย่างจริงจัง ก็จะใช้วิธีฝังดิน เรียกว่า โจฝัง โดยการฝังไว้ใต้โคนต้นไม้นั้น ๆ ดูข้อมูลเพิ่มเติม คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=17&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> </strong><a href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php?topic=55.msg58#msg58"><img src="http://www.kontaiclub.com/forum/Themes/BlueSea/images/post/xx.gif" border="0" alt="" /></a></p>
<div id="subject_58"><a title="โจ" href="http://www.kontaiclub.com" target="_self">&#8220;โจ&#8221; ไสยศาสตร์ของชาวใต้</a></div>
<p><strong> โจ</strong> เป็นเครื่องรางชนิดหนึ่ง นิยมใช้ในหมู่ชาวสวนภาคใต้ของไทย เชื่อว่าสามารถป้องกันขโมย และจะส่งผลร้ายต่อผู้ที่มาขโมยผลไม้ในสวนได้ มีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น โจกระบอก (ทำจากกระบอกไม้ไผ่), โจป่อง (ทำจากกระป๋อง), โจพรก (ทำจากกะลามะพร้าว) และโจหลอก<br />
โดยทั่วไปเจ้าของสวนจะแขวนโจไว้ตามกิ่งไม้ผล เพื่อให้ผู้คนเห็นได้ง่าย จะได้ไม่เข้ามาขโมยผลไม้แต่หากต้องการทำร้ายผู้ขโมยผลไม้อย่างจริงจัง ก็จะใช้วิธีฝังดิน เรียกว่า โจฝัง โดยการฝังไว้ใต้โคนต้นไม้นั้น ๆ <a title="โจ" href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php?topic=55.0" target="_self">ดูข้อมูลเพิ่มเติม</a></p>
<p><a href="http://www.kontaiclub.com"><strong>คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้</strong></a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/17/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=17&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/05/31/%e0%b9%82%e0%b8%88-%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.kontaiclub.com/forum/Themes/BlueSea/images/post/xx.gif" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>เครื่องมือเครื่องใช้สมัยก่อนของปักษ์ใต้ &#8211; เหล็กไฟตบ</title>
		<link>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/05/31/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/05/31/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 May 2010 03:06:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paktai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rakpaktai.wordpress.com/?p=8</guid>
		<description><![CDATA[เครื่องมือเครื่องใช้สมัยก่อนของปักษ์ใต้  เหล็กไฟตบ วิธีใช้เหล็กไฟตบ บรรจุ เชื้อไฟปุยเต่าร้างใส่ในรูปลายก้านเหล็กไฟตบ อัดให้แน่นแล้วนำก้านเหล็กไฟตบไปใส่ในรูกระบอก ใช้ฝ่ามือตบท้ายก้านเหล็กไฟตบ เข้าไปในรูกระบอกแล้วดึงกลับออกมาอย่างรวดเร็ว ไฟจะติดอยู่ทีปุยเต่าร้าง ใช้ยอดปลายแหลมของกระบอกเขี่ยปุยเต่าร้างที่ติดไฟออกมาจุดกับเชื้อเพลิงที่ เตรียมไว้ ก็จะได้ไฟไปใช้ประโยชน์ตามความต้องการ ดูเหล็กไฟตบทั้งหมด<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=8&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="เหล็กไฟตบ" href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php?topic=112.0" target="_self"><strong>เครื่องมือเครื่องใช้สมัยก่อนของปักษ์ใต้  เหล็กไฟตบ</strong></a></p>
<ul>
<li>วิธีใช้เหล็กไฟตบ</li>
</ul>
<p>บรรจุ เชื้อไฟปุยเต่าร้างใส่ในรูปลายก้านเหล็กไฟตบ อัดให้แน่นแล้วนำก้านเหล็กไฟตบไปใส่ในรูกระบอก ใช้ฝ่ามือตบท้ายก้านเหล็กไฟตบ เข้าไปในรูกระบอกแล้วดึงกลับออกมาอย่างรวดเร็ว ไฟจะติดอยู่ทีปุยเต่าร้าง ใช้ยอดปลายแหลมของกระบอกเขี่ยปุยเต่าร้างที่ติดไฟออกมาจุดกับเชื้อเพลิงที่ เตรียมไว้ ก็จะได้ไฟไปใช้ประโยชน์ตามความต้องการ</p>
<p><a title="เหล็กไฟตบ" href="http://www.kontaiclub.com/forum/index.php?topic=112.0" target="_self">ดูเหล็กไฟตบทั้งหมด</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/rakpaktai.wordpress.com/8/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/rakpaktai.wordpress.com/8/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/rakpaktai.wordpress.com/8/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/rakpaktai.wordpress.com/8/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/rakpaktai.wordpress.com/8/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/rakpaktai.wordpress.com/8/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/rakpaktai.wordpress.com/8/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/rakpaktai.wordpress.com/8/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/rakpaktai.wordpress.com/8/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/rakpaktai.wordpress.com/8/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/rakpaktai.wordpress.com/8/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/rakpaktai.wordpress.com/8/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/rakpaktai.wordpress.com/8/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/rakpaktai.wordpress.com/8/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=rakpaktai.wordpress.com&amp;blog=13914850&amp;post=8&amp;subd=rakpaktai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rakpaktai.wordpress.com/2010/05/31/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01d05cb4ff970cb71a1e584b67e24a28?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">paktai</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
