นิทานพื้นบ้าน ตำนาน เกาะเภตรา จ.ตรัง

นิทานพื้นบ้าน ตำนาน เกาะเภตรา จ.ตรัง

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเตรา มีตำนานเกาะเภตราซึ่งตัวเกาะเภตราตั้งอยู่ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง มองจากที่ไกลๆ คล้ายกับเรือสำเภากำลังอับปาง ดังมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาถึงการเกิดเป็นหมู่เกาะเภตราว่า มีครอบครัวๆ หนึ่ง มีตาพุดกับยายทองและลูกชายอีกหนึ่งคน นับถืศาสนาพุทธ ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านพระม่วง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่มาวันหนึ่งมีเรือสำเภาของพ่อค้าชาวไทรบุรีได้นำสินค้าเข้ามาค้าขายที่ ท่าเรือกันตัง ฝ่ายลูกชายของตายายก็ได้มาชมสินค้าในเรือเหมือนกับคนอื่นๆ เมื่อพ่อค้าเห็นเข้าก็เกิดความรักความเอ็นดู จึงเอ่ยปากชวนไปอยู่ที่เมืองไทรบุรีด้วย และได้ช่วยพ่อค้าทำงานอย่างขยันขันแข็ง อยู่มาวันหนึ่งเจ้าพระยาเมืองไทรบุรีได้มาเห็นเด็กชาย็เกิดความรักความ เอ็นดู จึงขอเด็กชายจากพ่อค้าไปเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมโโยให้เข้านับถือศาสนาอิส ลาม เจ้าพระยาได้เลี้ยงดูเป็นอย่างดี ทำให้เด็กชายหลงระเริงลืมตนว่าเป็นใคร ครั้นมีอายุสมควรแก่การมีเหย้ามีเรือน เจ้าพระยาก็ให้แต่งงานกับลูกสาวของตน

หลังจากแต่งงานฝ่ายหญิงก็คิดที่จะไปเยี่ยมพ่อแม่ของสามีและคอยรบเร้าจนสามี ต้องยอม จึงได้ตกแต่งเรือสำเภาขนาดใหญ่ และให้คนเดินทางล่วงหน้าไปก่อนเพื่อแจ้งข่าวให้กับตายาย ดูข้อมูลเพิ่มเติม

คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

“โจ” ไสยศาสตร์ของชาวใต้

โจ เป็นเครื่องรางชนิดหนึ่ง นิยมใช้ในหมู่ชาวสวนภาคใต้ของไทย เชื่อว่าสามารถป้องกันขโมย และจะส่งผลร้ายต่อผู้ที่มาขโมยผลไม้ในสวนได้ มีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น โจกระบอก (ทำจากกระบอกไม้ไผ่), โจป่อง (ทำจากกระป๋อง), โจพรก (ทำจากกะลามะพร้าว) และโจหลอก
โดยทั่วไปเจ้าของสวนจะแขวนโจไว้ตามกิ่งไม้ผล เพื่อให้ผู้คนเห็นได้ง่าย จะได้ไม่เข้ามาขโมยผลไม้แต่หากต้องการทำร้ายผู้ขโมยผลไม้อย่างจริงจัง ก็จะใช้วิธีฝังดิน เรียกว่า โจฝัง โดยการฝังไว้ใต้โคนต้นไม้นั้น ๆ ดูข้อมูลเพิ่มเติม

คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

เครื่องมือเครื่องใช้สมัยก่อนของปักษ์ใต้ – เหล็กไฟตบ

เครื่องมือเครื่องใช้สมัยก่อนของปักษ์ใต้  เหล็กไฟตบ

  • วิธีใช้เหล็กไฟตบ

บรรจุ เชื้อไฟปุยเต่าร้างใส่ในรูปลายก้านเหล็กไฟตบ อัดให้แน่นแล้วนำก้านเหล็กไฟตบไปใส่ในรูกระบอก ใช้ฝ่ามือตบท้ายก้านเหล็กไฟตบ เข้าไปในรูกระบอกแล้วดึงกลับออกมาอย่างรวดเร็ว ไฟจะติดอยู่ทีปุยเต่าร้าง ใช้ยอดปลายแหลมของกระบอกเขี่ยปุยเต่าร้างที่ติดไฟออกมาจุดกับเชื้อเพลิงที่ เตรียมไว้ ก็จะได้ไฟไปใช้ประโยชน์ตามความต้องการ

ดูเหล็กไฟตบทั้งหมด

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

อุทยานนกน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง

อุทยานนกน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง ในทะเลน้อย อุดมด้วยพืชน้ำ เช่น บัว ผักตบชวา จอกหูหนู สาหร่าย กุ้งและปลา เป็นอาหารของนกอย่าง สมบูรณ์ ประกอบกับบริเวณรอบ ๆ มีพงหญ้า มีป่าหนาแน่นนกขนาดใหญ่ทำรังหลบซ่อนได้อย่างปลอดภัย จึงอุดมไปด้วยนกชนิดต่าง ๆ ถึง 187 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกที่อพยพมาจากที่อื่นตามฤดูกาล ได้แก่ นกเป็ดน้ำ นกกาบบัว นกกระทุง นกกาน้ำ นกนางนวล นกกระเด็น นกกระสาแดง นกเจา นกคับแค นกแขวก นกอีลุ้ม นกตีนเทียน นกพริก นกอีโก้ง นกกวัก นกกะปูด นกอัญชัน นกเหยี่ยว นกยางขาว นกยางกรอก นกยางแดง นกยางควาย นกยางหัวเปีย นกจะชุกชุมมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน มีจำนวนเป็นแสนๆ ตัวที่เดียว ดูข้อมูลเพิ่มเติม

คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

เงาะป่าซาไก

เงาะป่าซาไก ชาวเขาแห่งเทือกเขาบรรทัด

  • ในบรรดาคนพื้นเมือง ประจำถิ่น โดยมากไม่ว่าประเทศหรือทวีปใน จะมีชนพื้นเมืองอาศัยมาก่อนเป็นพันๆปีมาแล้ว เช่น คนเผ่ามารีในประเทศนิวซีแลนด์ คนเผ่าอะบอริจิ้นในทวีปออสเตรเลีย คนพื้นเมืองดั้งเดิมในประเทศดังกล่าว รัฐบาลจะทำการจัดแหล่งทีอยู่อาศัยให้และนำศิลปะจากชนเผ่าดังกล่าว มาทำของชำรวยออกจำหน่ายเป็นรายได้งดงาม และเป็นเอกลักษณ์ของประเทศหรือจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเก็บเงินจากนักท่อง เที่ยว ซึ่งเดินทางเข้าไปดูที่อยู่อาศัยของชนเผ่าดังกล่าว
  • ในประเทศไทยเราตลอดไปยังประเทศมาเลเซียนั้น เมื่อหลายพันปีมาแล้วมีคนพื้นเมืองอาศัยอยู่มาก่อน โดยมีอยู่คู่กับป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด คนป่าเหล่านี้เรียกว่า “เงาะป่าซาไก” หรือ “ซาไก” ซาไกอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย และทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันซาไกได้แยกออกหลายกลุ่ม บางกลุ่มได้เข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับคนในชนบทมีการพัฒนาเพียงเล็กน้อย บางกลุ่มยังเร่ร่อนอยู่ในป่า ใช้วิถีชีวิตเหมือนมนุษย์ในสมัยหิน
  • นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ขณะนี้เราเข้าสู่โลกยุกโลกาภิวัฒน์แล้ว แต่ยังมีมนุษย์เช่นเดียวกับเราใช้ชีวิตหากินอยู่ในป่า โดยไม่ติดต่อโลกภายนอก ซึ่งผู้เขียนไปพบชนพื้นเมืองดังกล่าวกลุ่มหนึ่งโดยบังเอิญในป่าเขาหัวช้าง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เงาะป่ากลุ่มนี้มีประมาณ 20 คน จะใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ในป่าเทือกเขาบรรทัด ระหว่าง 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรัง และสตูล การนัดหมายพบกันทำได้ยากมากเพราะซาไกไม่รู้จัก วัน เดือน ปี สิ่งล่อใจคือข้าวสารที่เรานำไปมอบให้ ซาไกจะดีใจมากหากได้กินข้าว เพราะในแต่ละเดือนมักจะไม่ได้ลิ้มรสของข้าวเลย อาหารรองลงมาคือปลากระป๋อง รู้สึกว่าจะชอบมากเช่นกัน ส่วนเสื้อผ้าการเผียงเล็กน้อยและสวมบางโอกาส และต้องการใส่ติดตัวคนละชุดเท่านั้น >>> ดูทั้งหมด

คนใต้,ปักษ์ใต้,ภาคใต้

โพสท์ใน Uncategorized | 1 ความเห็น